วันจันทร์ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2558




บันทึกอนุทินครั้งที่ 14
วัน อังคารที่ 21 เดือน เมษายน  พ.ศ. 2558
วิชา การจัดประสบการณ์การศึกษาแบบเรียนรวมสำหรับเด็กปฐมวัย
ครูผู้สอน อ.ตฤน แจ่มถิน
ความรู้ที่ได้รับ

โปรแกรมการศึกษาเฉพาะบุคคล
(Individualized Education Program)

แผนIEP
-แผนการศึกษาที่ร่างขึ้น /ช่วยกันร่างหลายคน มีการตั้งชมรมขึ้นมา
                               -ครู
                             -การศึกษาพิเศษ
                              -ผู้อำนวยการ
                              -ประชุมผู้ปกครอง
-เพื่อให้เด็กพิเศษแต่ละคนได้รับการสอน และการช่วยเหลือฟื้นฟูให้เหมาะสมกับความต้องการและ-ความสามารถของเขา
-ด้วยการจัดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ของเด็ก
-โดยระบุเวลาเริ่มต้นและสิ้นสุดการใช้แผนและวิธีการวัดประเมินผลเด็ก

การเขียนแผน IEP
-คัดแยกเด็กพิเศษ
                                -ต้องเห็นพฤติกรรมเด็กก่อน
                                -เห็นบริบทก่อน ใกล้ชิดเด็ก
-ครูต้องรู้ว่าเด็กมีปัญหาอะไร
-ประเมินพัฒนาการเด็กเป็นระยะ จะทำให้ทราบว่าจะต้องเริ่มช่วยเหลือเด็กจากจุดไหน ในทักษะใด
-เด็กสามารถทำอะไรได้  / เด็กไม่สามารถทำอะไรได้
-แล้วจึงเริ่มเขียนแผน IEP

IEP ประกอบด้วย
-ข้อมูลส่วนตัวของเด็ก
-ระบุว่าเด็กมีความจำเป็นต้องได้รับบริการพิเศษอะไรบ้าง
-การระบุความสามารถของเด็กในขณะปัจจุบัน
-เป้าหมายระยะยาวประจำปี / ระยะสั้น

-ระบุวัน เดือน ปี ที่เริ่มทำการสอน และคาดคะเนการสิ้นสุดของแผน
-วิธีการประเมินผล

ประโยชน์ต่อเด็ก
-ได้เรียนรู้ตามความสามารถของตน                                                      
-ได้มีโอกาสพัฒนาตามศักยภาพของตน
-ได้รับการศึกษาและฟื้นฟูอย่างต่อเนื่องและเหมาะสม
-ถ้าเด็กเข้าเรียนในโรงเรียนจะไม่ถูกจัดเข้าชั้นเรียนเฉยๆ

ประโยชน์ต่อครู
-เป็นแนวทางการจัดการเรียนการสอนที่ตรงกับความสามารถและความต้องการของเด็ก
-เป็นแนวทางในการเลือกสื่อการสอนและวิธีการสอนให้เหมาะกับเด็ก
-ปรับเปลี่ยนได้เมื่อความต้องการเปลี่ยนแปลงไป
-เป็นแนวทางในการประเมินผลการเรียนและการเขียนรายงานพัฒนาการความก้าวหน้าของเด็ก
-ตรวจสอบและประเมินได้เป็นระยะ

ประโยชน์ต่อผู้ปกครอง
-ได้มีส่วนร่วมในการจัดทำแผนการเรียนรายบุคคล เพื่อให้เด็กได้พัฒนาความสามารถได้สูงสุดตามศักยภาพ
-ทราบร่วมกับครูว่าจะฝึกลูกของตนอย่างไร
-เกิดความร่วมมือในการพัฒนาเด็ก มีการติดต่อสื่อสารกันอย่างต่อเนื่อง และใกล้ชิดระหว่างบ้านกับโรงเรียน

ขั้นตอนการจัดทำแผนการศึกษารายบุคคล


1.การรวบรวมข้อมูล
-รายงานทางการแพทย์
- รายงานการประเมินด้านต่างๆ
-บันทึกจากผู้ปกครอง ครู และผู้ที่เกี่ยวข้อง
 2.การจัดทำแผน
-ประชุมผู้ที่เกี่ยวข้อง
                                -พ่อแม่
                                -ครู
                                -ครูการศึกษาพิเศษ
                                -ผู้บริหาร
                                -ครูที่สอนเสริม
-กำหนดจุดมุ่งหมายระยะยาวและระยะสั้น
-กำหนดโปรแกรมและกิจกรรม
-จะต้องได้รับการรับรองแผนการศึกษาเฉพาะบุคคลจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง

การกำหนดจุดมุ่งหมาย
-ระยะยาว
-ระยะสั้น
จุดมุ่งหมายระยะยาว
-กำหนดให้ชัดเจน แม้จะกว้าง /ครอบคลุมทุกสิ่งแต่ต้องกำหนดเป้าหมายชัดเจน
-น้องนุ่นช่วยเหลือตนเองได้
-น้องดาวร่วมมือกับผู้อื่นได้ดีขึ้น
-น้องริวเข้ากับเพื่อนคนอื่นๆได้

จุดมุ่งหมายระยะสั้น
-ตั้งให้อยู่ภายใต้จุดมุ่งหมายหลัก เช่น ด้านใดด้านหนึ่ง
-เป็นพฤติกรรมที่เด็กสามารถทำได้ในระยะ 2-3 วัน หรือ 2-3 สัปดาห์
-จะสอนใคร
-พฤติกรรมอะไร
-เมื่อไหร่ ที่ไหน (ที่พฤติกรรมนั้นจะเกิด)
-พฤติกรรมนั้นต้องดีขนาดไหน
ตัวอย่าง
ใคร                                                         อรุณ
อะไร                                      กระโดดขาเดียวได้                            
เมื่อไหร่ / ที่ไหน                 กิจกรรมกลางแจ้ง
ดีขนาดไหน                          กระโดดได้ขาละ 5 ครั้ง ในเวลา 30 วินาที
                                                                                
ใคร                                                         ธนภรณ์
อะไร                                      นั่งเงียบๆโดยไม่พูดคุย                      
เมื่อไหร่ / ที่ไหน                 ระหว่างครูเล่านิทาน
ดีขนาดไหน                          ช่วงเวลาการเล่านิทาน 10 - 15 นาที เป็นเวลา 5 วันติดต่อกัน
                                                                                
3.การใช้แผน
-เมื่อแผนเสร็จสมบูรณ์ ครูจะนำไปใช้โดยจะใช้แผนระยะสั้น
-นำมาทำเป็นจุดประสงค์เชิงพฤติกรรม
-แยกย่อยขั้นตอนการสอนให้เหมาะกับเด็ก
-จัดเตรียมสื่อและจัดกิจกรรมการเรียนการสอน
-ต้องมีการสังเกตเก็บรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับเด็กและความสามารถ โดยคำนึงถึง
1.ขั้นตอนพัฒนาการของเด็กปกติ
2.ตัวชี้วัดพื้นฐานที่เกี่ยวกับปัญหาของพัฒนาการเด็ก
3.อิทธิพลของสิ่งแวดล้อมของเด็กและผู้ใหญ่ที่มีผลต่อการแสดงออกของเด็ก

4.การประเมินผล
-โดยทั่วไปจะประเมินภาคเรียนละครั้ง หรือย่อยกว่านั้น
-ควรมีการกำหนดวิธีการประเมิน และเกณฑ์วัดผล
** การประเมินในแต่ละทักษะหรือแต่ละกิจกรรมอาจใช้วิธีวัดและกำหนดเกณฑ์แตกต่างกัน**

การนำความรู้ไปใช้
สามารถเข้าใจแผน IEP มากขึ้นและสามารถนำความรู้ที่ได้ไปใช้กับเด็กที่มีความต้องการพิเศษได้อย่างเหมาะสม และเข้าใจการเขียนแผนระยะสั้น และแผนระยะยาว

การประเมินการเรียนการสอน
ประเมินตนเอง
     วันนี้เข้าเรียนสาย  แต่ให้อาจารย์สอนใหม่ เริ่มเข้าใจแผนมากขึ้น
ประเมินเพื่อน
     เพื่อนๆตั้งใจทำแผน IEP ที่ครูสอนอย่างตั้งใจ
ประเมินครูผู้สอน

   ให้คำแนะนำในการทำแผน IEP ให้นักศึกษาทุกคนได้เป็นอย่างดี ทั้งแนะนำการยกตัวอย่างต่างๆขอขอบคุณคะ

วันศุกร์ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2558




บันทึกอนุทินครั้งที่ 13
วัน อังคารที่ 7 เดือน เมษายน  พ.ศ. 2558
วิชา การจัดประสบการณ์การศึกษาแบบเรียนรวมสำหรับเด็กปฐมวัย
ครูผู้สอน อ.ตฤน แจ่มถิน
ความรู้ที่ได้รับ
การส่งเสริมทักษะต่างๆของเด็กพิเศษ
4. ทักษะพื้นฐานทางการเรียน
เป้าหมาย
•          การช่วยให้เด็กแต่ละคนเรียนรู้ได้ 
•          มีความรู้สึกดีต่อตนเอง
•          เด็กรู้สึกว่า “ฉันทำได้”
•          พัฒนาความกระตือรือร้น อยากรู้อยากเห็น
•          อยากสำรวจ อยากทดลอง
ช่วงความสนใจ
•          ต้องมีก่อนการเรียนรู้อื่นๆ
•          จดจ่อต่อกิจกรรมในช่วงเวลาหนึ่งได้นานพอสมควร
การเลียนแบบ
การทำตามคำสั่ง คำแนะนำ
•          เด็กได้ยินสิ่งที่ครูพูดชัดหรือไม่
•          เด็กเข้าใจคำศัพท์ที่ครูใช้หรือไม่
•          คำสั่งยุ่งยากซับซ้อนไปหรือไม่
การรับรู้ การเคลื่อนไหว
•          ได้ยิน เห็น สัมผัส ลิ้มรส กลิ่น
•          ตอบสนองอย่างเหมาะสม
การควบคุมกล้ามเนื้อเล็ก
•          การกรอกน้ำ ตวงน้ำ
•          ต่อบล็อก
•          ศิลปะ
•          มุมบ้าน
•          ช่วยเหลือตนเอง
ตัวอย่างอุปกรณ์สำหรับเด็กพิเศษ
•          ลูกปัดไม้ขนาดใหญ่
•          รูปต่อที่มีจำนวนชิ้นไม่มาก
ความจำ
•          จากการสนทนา
•          เมื่อเช้าหนูทานอะไร
•          แกงจืดที่เรากินใส่อะไรบ้าง
•          จำตัวละครในนิทาน
•          จำชื่อครู เพื่อน
•          เล่นเกมทายของที่หายไป
ทักษะคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์
การวางแผนการเตรียมพื้นฐานทางวิชาการ
•          จัดกลุ่มเด็ก
•          เริ่มต้นเรียนรู้โดยใช้ช่วงเวลาสั้นๆ
•          ให้งานเด็กแต่ละคนอย่างชัดเจนว่าต้องทำที่ไหน
•          ติดชื่อเด็กตามที่นั่ง
•          ใช้อุปกรณ์ที่เด็กคุ้นเคย
•          ใช้อุปกรณ์ที่เด็กคุ้นเคย
•          บันทึกว่าเด็กชอบอะไรที่สุด
•          รู้ว่าเมื่อไหร่จะเปลี่ยนงาน
•          มีอุปกรณ์ไว้สับเปลี่ยนใกล้มือ
•          เตรียมทุกอย่างให้พร้อมก่อนเด็กมาถึง
•          พูดในทางที่ดี
•          จัดกิจกรรมให้เด็กได้เคลื่อนไหว
•          ทำบทเรียนให้สนุก

**วันนี้อาจารย์เฉยแนวข้อสอบด้วย คิดว่าคงผ่านนะคะ รอลุ้นอยู่นะคะ……**

 การนำความรู้ไปประยุกต์ใช้
-ช่วงความสนใจของเด็กพิเศษ ประมาณ 2-3 นาที ครูต้องฝึกให้เด็กมีสมาธิ เช่น นั่งฟังนิทานจนจบ หรือ สอนศิลปะต้องทำให้เด็กนั่งดูจนจบ ฝึกเด็กให้มีสมาธิ 10 นาที
-วันแรกของเทอมควรเป็นกิจกรรมสั้นๆ แล้วค่อยจัดกิจกรรมยาวๆในช่วงหลัง
-ควรจับคู่เด็กที่สามารถทำกิจกรรมกับเด็กพิเศษได้ เมื่อให้เด็กทำกิจกรรมอะไร ควรเรียกชื่อเพื่อนอีก 1 คนมาด้วย  แล้วเด็กพิเศษจะเลียนแบบและทำตาม
-การนำอุปกรณ์ที่เด็กคุ้นเคยและใช้บ่อย มาจัดกิจกรรม เด็กจะคุ้นเคยและมั่นใจในการทำกิจกรรม

การประเมินการเรียนการสอน

ประเมินตนอง
วันนี้ไปช่วยครูยกของด้วย  เข้าเรียนตรงต่อเวลาแต่งกายสุภาพเรียบร้อย เป็นบทบาทสมมติให้เพื่อนได้ศึกษาอีกตามเคย แต่ชอบนะเวลาทำอะไรแปลกๆสนุกดี  วันนี้ตั้งใจเรียนคะ ที่ตั้งใจฟังครูเฉลยข้อสอบ คือ บอกได้เลยว่าที่ครูตรวจ กับที่ตอบไม่ตรงกันเลยคะ แต่ก็ดีนะคะที่ครูมาเฉลยให้ฟัง จะได้รูว่าเราพลาดตรงไหน
ประเมินเพื่อน
เข้าเรียนตรงต่อเวลา และรู้สึกว่าวันนี้เพื่อนจะมีความสุขกับการได้ของฟรี ของฟรีที่ว่าก็คือสีคะ วันนี้เพื่อนตั้งใจเรียนนะคะและตั้งใจฟังเมื่อครูอธิบาย
ประเมินครูผู้สอน

วันนี้ครูมาพร้อมกับสีที่จะนำมาแจกนักศึกษา วันนี้ครูใส่เสื้อสีม่วงสวยดีคะ แต่งกายสุภาพเรียบร้อยเสมอ วันนี้ครูสอนทักษะที่ส่งเสริมเด็กพิเศษเรื่องที่ 4 และเฉลยข้อสอบด้วย ครูให้คำแนะนำได้เป็นอย่างดี ขอบคุณมากนะคะ ข้อมูลหรือความรู้ จะเป็นประโยชน์ในวันหน้าคะ